ชุดกันฝนหายใจได้คืออะไร แตกต่างอย่างไรจากชุดกันฝนธรรมดา

ทำความรู้จักกับชุดกันฝนหายใจได้

 

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกเกือบแทบจะทุกวัน การพกร่มคันเล็ก ๆ หรือชุดกันฝนติดไว้ในกระเป๋าหรือในรถ ก็นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยป้องกันสายฝน และความเปียกชื้นให้กับเราได้ แต่ในบางครั้งที่ฝนตกหนัก การเลือกใช้ร่มกันฝนก็อาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานในด้านของการป้องกันสายฝนที่ดีมากเพียงพอ รวมถึงไม่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานในกลุ่มที่ต้องขับขี่มอเตอร์ไซค์ หรือผู้ที่ต้องทำงานกลางสายฝนที่ไม่สามารถกางร่มตลอดเวลาได้ ส่งผลให้ชุดกันฝน เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ผู้คนนิยมนำมาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เพราะเมื่อสวมใส่แล้วนอกจากจะสามารถช่วยกันฝนได้ดีกว่าร่ม ยังช่วยให้สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้สะดวกอีกด้วย

 

แต่ในบางครั้งการเลือกใช้ชุดกันฝนก็มีข้อจำกัดในเรื่องของความร้อน และความอับชื้นเมื่อต้องสวมใส่เป็นเวลานาน ๆ ส่งผลให้ในปัจจุบันนี้ มีการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้กับการผลิตชุดกันฝนจนเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ มากมายที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกในการสวมใส่ชุดกันฝน เพื่อช่วยให้ผู้สวมใส่เกิดความรู้สึกสะดวกสบาย และพอใจในการใช้งานมากที่สุด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือนวัตกรรมที่เรียกว่า Breathable Raincoat หรือ ชุดกันฝนหายใจได้ ที่ถูกผลิตและออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อช่วยให้สามารถระบายความร้อนและแก้ปัญหาความอับชื้นเมื่อต้องสวมใส่ชุดกันฝนเป็นเวลานาน ๆ ได้อย่างตรงจุด

 

ชุดกันฝนหายใจได้คืออะไร

 

ชุดกันฝนหายใจได้ (Breathable Raincoat) เป็นชุดกันฝนอย่างดีที่ถูกผลิตขึ้นมาจากวัสดุประเภท Waterproof หรือวัสดุที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อกันน้ำโดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น ผ้าโพลีเอสเตอร์ไมโครไฟเบอร์ (Polyester Microfiber) และผ้าโพลียูรีเทน ลามิเนต (Polyurethane laminate) ซึ่งเป็นเนื้อผ้าแบบผสมที่ผ่านการเคลือบ (Laminate) เพื่อให้ได้เนื้อผ้าที่มีความแข็งแรง ทนทานสูง และสามารถกันน้ำได้

 

โดยเนื้อผ้าเหล่านี้จะถูกผลิตขึ้นมาด้วยการผสมผสานวัสดุสังเคราะห์ที่มีการใส่เทคโนโลยีที่มีความพิเศษลงไป ยกตัวอย่างเช่น การเคลือบด้วยไนลอน (Nylons), ทีแว็กซ์ (Tyvek), หรือกอร์เท็กซ์ (Gore-Tex) ซึ่งเป็นสารสำหรับใช้เคลือบที่ด้านในของเนื้อผ้า โดยสารเหล่านี้จะมีลักษณะเป็นตาข่ายที่มีขนาดเล็กกว่าหยดน้ำ แต่มีขนาดใหญ่กว่าโมเลกุลของไอน้ำ เพื่อช่วยให้ความร้อนที่ถูกระบายออกมาจากตัวของผู้สวมใส่ชุดกันฝนสามารถระบายออกไปนอกชุดกันฝนได้ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถป้องกันให้หยดน้ำฝนไม่ให้ซึมผ่านเข้ามาได้

 

ชุดกันฝนหายใจได้มีหลักการทำงานอย่างไร

 

 

ชุดกันฝนหายใจได้ทำงานโดยอาศัยหลักการการถ่ายเทของไอน้ำหรือความชื้น ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อมีความร้อนเกิดขึ้นภายใน ซึ่งความร้อนที่ว่าคือความร้อนที่เกิดขึ้นจากตัวของผู้ที่สวมใส่ชุดกันฝนเป็นเวลา ๆ นาน เนื่องจากชุดกันฝนอย่างดีที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อให้สามารถกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น แม้จะถูกผลิตขึ้นมาจากเนื้อผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี แต่เนื้อผ้าเหล่านั้นก็มักจะถูกนำมาเคลือบทับด้วยสารที่มีความสามารถในการกันน้ำได้เป็นพิเศษจึงทำให้ประสิทธิภาพในการระบายอากาศลดลง ส่งผลให้เมื่อสวมใส่ชุดกันฝนเป็นเวลานาน ๆ จึงเกิดเป็นความร้อนสะสมอยู่ภายในชุด

 

แต่สำหรับชุดกันฝนหายใจได้นั้น เมื่อมีความร้อนเกิดขึ้นภายใน เทคโนโลยีพิเศษที่ถูกเคลือบที่ด้านในของเนื้อผ้าจะช่วยให้ไอความร้อนจากด้านในสามารถดึงดูดอากาศจากภายนอกที่เย็นกว่า และค่อนข้างแห้งกว่าเข้ามาในชุดกันฝนได้ตามหลักของการถ่ายเทของไอน้ำหรือความชื้น ส่งผลให้ผู้สวมใส่ชุดกันฝนหายใจได้เกิดความรู้สึกสบาย ไม่เหนียวตัว และไม่อับชื้น

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

 

หลักเกณฑ์ในการเลือกซื้อชุดกันฝนหายใจได้

 

หากลองพิจารณาวัสดุที่นิยมนำมาทำชุดกันฝนในสมัยก่อนอย่าง คอตตอน หรือขนสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขนแกะซึ่งมีคุณสมบัติในการกันน้ำได้โดยธรรมชาติ และยังมีคุณสมบัติที่ช่วยให้อบอุ่นแม้จะเปียกแล้วนั้น จะพบว่าการเลือกซื้อชุดกันฝนอย่างดีที่มีคุณสมบัติในการกันน้ำได้เป็นอย่างดี และในขณะเดียวกันก็ยังสามารถระบายอากาศได้อย่างเต็มที่นั้นดูจะเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากคุณสมบัติในการกันน้ำซึมผ่านเข้ามาในขณะที่ปล่อยให้อากาศสามารถซึมผ่านเข้ามาได้นั้นเป็นคุณสมบัติที่ค่อนข้างจะดำเนินไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

 

แต่ในปัจจุบันนี้ มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นมามากมาย ส่งผลให้การทำให้คุณสมบัติของเนื้อผ้าที่ดำเนินไปในทิศทางตรงข้ามกัน สามารถผนวกรวมเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นชุดกันฝนหายใจได้ที่มีประสิทธิภาพ แต่ถึงอย่างนั้นชุดกันฝนหายใจได้ก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของมาตรฐานการทดสอบแบบสากลที่จะสามารถใช้วัดประสิทธิภาพในการระบายอากาศของชุดกันฝนได้ เพื่อให้แน่ใจว่าการเลือกซื้อชุดกันฝนหายใจได้ในแต่ละครั้งจะได้ชุดกันฝนที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานสูงสุด ผู้ใช้งานจึงควรเลือกพิจารณาผ่าน 3 หลักเกณฑ์ ดังนี้

 

  • เลือกจากเนื้อผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี โดยทั่วไปแล้ว เนื้อผ้าที่มีคุณสมบัติในการระบายอากาศได้ดีมักจะถูกผลิตขึ้นมาจากการผสมผสานของวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติในการป้องกันไม่ให้น้ำซึมผ่านเข้ามาในเนื้อผ้าได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ปล่อยให้ความชื้น หรือเหงื่อ สามารถระบายออกไปได้ ซึ่งเรามักจะพบเห็นคุณสมบัติเหล่านี้ได้ในเนื้อผ้าที่มีการผสมผสานของวัตถุดิบอย่าง ไนลอน (Nylon), โพลีเอสเตอร์ (Polyester), และ สแปนเด็กซ์ (Spandex) เป็นต้น
  • เลือกจากความสามารถในการระบายอากาศ ความสามารถในการระบายอากาศของชุดกันฝนนั้นถือได้ว่าเป็นหลักเกณฑ์สำคัญที่ควรเลือกพิจารณาก่อนเป็นอันดับต้น ๆ เช่นเดียวกันกับการเลือกตัวเนื้อผ้าของชุดกันฝน โดยชุดกันฝนอย่างดีมักจะมีดีไซน์พิเศษ อาทิเช่น ช่องระบายอากาศหรือซิปแบบพิเศษบริเวณรักแร้ ด้านข้างลำตัว หรือบริเวณอื่น ๆ ที่สำคัญ เพื่อช่วยในการระบายอากาศและช่วยให้ผู้สวมใส่ชุดกันฝนรู้สึกสบายมากขึ้นอีกทางหนึ่ง
  • เลือกจากชุดกันฝนที่มีผ้าตาข่ายซับใน สำหรับชุดกันฝนอย่างดีนั้น บริเวณด้านในสุดของตัวชุดกันฝนมักจะมีลักษณะเป็นชั้นตาข่ายซึ่งจะช่วยสร้างช่องว่างระหว่างตัวชุดกันฝนกับผิวหนังของผู้สวมใส่ เพื่อช่วยให้อากาศภายในชุดสามารถหมุนเวียนและช่วยให้ผู้ส่วมใส่ไม่เกิดความรู้สึกอึดอัดมากจนเกินไป

สำหรับคุณสมบัติในการกันน้ำและคุณสมบัติในการระบายอากาศของชุดกันฝนนั้น ผู้ผลิตมักจะบอกมาเป็น ตัวเลข waterproof/breathable ยกตัวอย่างเช่น 3000/3000, 5000/5000, 10000/5000,10000/10000,15000/1000 เป็นต้น โดยเลขตัวหน้า หมายถึง ความสามารถในการกันน้ำ ซึ่งมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร และเลขตัวหลัง หมายถึง ความสามารถในการระบายอากาศหรือไอน้ำ ต่อตารางเมตร ในเวลา 24 ชั่วโมง

โดยเลขตัวหลังยิ่งมากเท่าไหร่ ก็จะหมายความว่าชุดกันฝนตัวนี้สามารถระบายอากาศได้ดีมากเท่านั้น ซึ่งชุดกันฝนที่ถูกผลิตขึ้นมาด้วยวัสดุสังเคราะห์อย่างเช่น กอร์เท็กซ์ (Gore-Tex) มักจะมีค่า waterproof/breathable เริ่มต้นที่ราว ๆ 20000/20000

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

 

การเลือกฟังก์ชันของชุดกันฝนหายใจได้

 

นอกจากคุณสมบัติในการกันน้ำและการระบายอากาศของชุดกันฝนแล้ว การเลือกฟังก์ชันการใช้งานของชุดกันฝนให้ตอบโจทย์กับความต้องการใช้งานก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้งานควรเลือกพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนทุกครั้งเพื่อการใช้งานที่สะดวกและสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

  • สีสะท้อนแสง สำหรับผู้ที่ต้องขับขี่มอเตอร์ไซต์หรือทำงานในเวลากลางคืน รวมถึงในสภาวะที่มีแสงน้อยซึ่งยากต่อการมองเห็น การเลือกใช้ชุดกันฝนสีสะท้อนแสงหรือชุดกันฝนแบบที่มีการติดแผ่นสะท้อนแสงเอาไว้ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและช่วยป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • (กลิ่นเหม็นชุดกันฝน) ผ้าชุดกันฝนได้มาตรฐาน OEKO-TEX CLASS I ทำให้ผู้สวมใส่มั่นใจได้ว่า ไม่มีกลิ่นเหม็น และสารเคมีที่ไม่เป็นที่พึงประสงค์ ที่อาจตกค้างอยู่บนผ้า
  • หมวกฮู้ด การเลือกใช้ชุดกันฝนที่มีหมวกฮู้ดเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องขับขี่มอเตอร์ไซต์หรือจักรยานในช่วงที่ฝนตก โดยขนาดของหมวกฮู้ดที่เหมาะสมนั้น ควรจะต้องปกปิดทั้งบริเวณและศีรษะและลำคอได้อย่างมิดชิด และควรเลือกสวมใส่ชุดกันฝนแบบมีหมวกฮู้ดที่มีสีสะท้อนแสงเพื่อให้ผู้อื่นสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้จะอยู่ในที่มืดหรือมุมอับสายตา
  • จำนวนชั้นของชุดกันฝน จำนวนชั้นของชุดกันฝนจะมีตั้งแต่ 2, 2.5 ไปจนถึง 3 ขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละแบรนด์ผู้ผลิต โดยชุดกันฝนแบบ 2 ชั้น เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเนื่องจากมีความหนาที่เพียงพอต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน ในขณะที่ชุดกันฝนแบบ 2.5 และ 3 ชั้นนั้นจะเหมาะสำหรับการใส่เพื่อไปทำกิจกรรม Outdoor หรือกิจกรรม Adventure อย่างเช่น การปีนเขา การตกปลา หรือการลุยฝ่าหิมะมากกว่า
  • ช่องเก็บของ โดยทั่วไปแล้ว ชุดกันฝนอย่างดีจะมีช่องสำหรับเก็บของเล็ก ๆ น้อย ๆ จำนวน 2 ช่องเป็นมาตรฐาน แต่ทั้งนี้ชุดกันฝนจากแต่ละแบรนด์ผู้ผลิตอาจจะมีช่องเก็บของหรือไม่มีก็ได้ ดังนั้นผู้ใช้งานที่ต้องการชุดกันฝนแบบที่มีช่องหลากหลายเพื่อเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งานให้มากขึ้น ควรเลือกพิจารณาฟังก์ชันของชุดกันฝนให้ละเอียดถี่ถ้วนทุกครั้งเพื่อการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • พับเก็บได้ การเลือกใช้ชุดกันฝนชนิดที่พับเก็บได้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานในด้านของการพกพา แต่ในบางครั้งชุดกันฝนแบบที่สามารถพับเก็บได้นั้นก็มักจะมีข้อจำกัดในเรื่องของประสิทธิภาพในการกันน้ำ ผู้ใช้งานจึงควรศึกษาข้อมูลและรายละเอียดของชุดกันฝนที่ต้องการจะซื้ออย่างถี่ถ้วนทุกครั้ง เพื่อให้ได้ชุดกันฝนที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการได้มากที่สุด

บริษัท โอที อินเตอร์เทรด จำกัด ผลิต นำเข้า และจำหน่ายสินค้าด้านความปลอดภัยหลากหลายชนิด รวมถึงชุดกันฝนอย่างดี เพื่อที่จะตอบสนอง ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร และเรายังออกแบบและผลิตสินค้า ได้ตามแบบที่ท่านต้องการ ทางบริษัทฯ มีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำแก่ท่านที่ต้องการสินค้าแปลกใหม่ และ รับผลิตสินค้าตามที่ท่านต้องการ

 

เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่
www.otintertrade.com
โทร : 02-197-5945 (7 คู่สาย) หรือ โทร. 086-373-1708 (คุณจิ๊ด)
E-Mail: [email protected]
LINE: @otintertrade
Facebook: https://www.facebook.com/OTIntertrade/
Youtube: OT Intertrade